คsบsอบ 1 ปี น้องชมพู่

กรณีน้องชมพู่ อายุ 3 ปี สูญหายจากบ้านพักพัก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.63 จนไปพบศพกลางป่าบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้าน 5 กม. ต่อมานายไชยพล วิภา ลุงเขยของน้องชมพู่ ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีน้องชมพู่ ได้แสดงอาการคุกคามสื่อมวลชน จนเกิดเป็นข้อสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลุงพลหลังจากที่ถูกนำเข้าเครื่องจับเท็จ และเวลาผ่านมาจนเกือบครบ 1 ปีแล้ว ล่าสุดวันที่ 10 พ.ค.64 ทีมข่าว ลงพื้นที่หมู่บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เนื่องจากในวันพรุ่งนี้ (11 พ.ค.64) จะครบกำหนด 1 ปี ของการหายตัวไปและเสียชีวิตของน้องชมพู่


โดยวันนี้นายอนามัย วงศ์ศรีชา และนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา พ่อแม่ของน้องชมพู่ ได้ออกจากบ้านไปซื้อของ ทั้งไข่ไก่ 100 แผง น้ำดื่ม 50 แพ็ก และได้จัดเครื่องสังฆทาน 2 ชุด ที่ประกอบด้วยรถของเล่น ขนม นมเปรี้ยว ซึ่งเป็นของที่น้องชมพู่ชอบ เพื่อเตรียมทำบุญให้ลูกสาวในวันที่ 12 พ.ค.64 เนื่องจากผลการชันสูตรของแพทย์ ระบุว่า น้องชมพู่น่าจะเสียชีวิตวันที่ 12 พ.ค.63 หลังการหายไป 1 วัน จึงทำให้ครอบครัวของน้องชมพู่ เตรียมที่จะทำบุญในวันครบรอบการเสียชีวิต


นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่ เปิดเผยว่า แม้ว่าคดีจะครบขวบปีและยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ แต่ตนยังคงให้กำลังใจตำรวจ และเชื่อมั่นว่าตำรวจจะยังสามารถตามจับกุมคนร้ายได้ เพราะบางคดี 10-20 ปี ตำรวจก็ยังสามารถจับคนร้ายได้ ตนก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่กับความหวังและไม่เคยหมดหวัง เพราะตราบใดที่ตนยังไม่ได้ยินจากปากตำรวจว่า “ไม่มีโอกาสในการจับได้แล้ว” ตนก็ยังเชื่อว่าตำรวจยังคงทำงานอยู่ และทุกครั้งที่ตนได้สอบถามไปยังตำรวจชุดคลี่คลายคดี เจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่ายังคงทำงานทุกวัน และตนก็ไม่ร้อนใจเพราะตำรวจที่ทำคดีเป็นตำรวจเก่ง ๆ


ทั้งนี้ตนยังคงจดจำและมั่นใจกับคำพูดของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่ระบุว่า “คนร้ายจะนอนไม่หลับแน่นอน” และ “ถึงคุณจะไม่เห็น แต่เราจะไม่ไปไหน” ซึ่งจากการทำงานของตำรวจในทุกวันนี้ก็เป็นไปตามคำพูดของ ผบ.ตร. สำหรับการทำบุญให้น้องชมพู่ในวันพรุ่งนี้ (12 พ.ค.64) ตอนนี้ได้ซื้อไข่ไก่ 100 แผง น้ำ 50 แพ็ก และมีเงินอีก 32,000 บาท ที่จะไปซื้อของใช้เพื่อไปทำบุญ โดยการให้พระสวดมนต์อุทิศบุญกุศลให้น้องชมพู่ และมอบสิ่งของทั้งหมดให้กับทางอำเภอดงหลวง ไปแจกจ่ายและช่วยเหลือคนที่กักตัวโควิด-19 เพราะเขาไม่มีโอกาสออกไปทำมาหากิน ซึ่งเงินทั้งหมดเป็นเงินส่วนตัวที่ได้จากการขายผ้า ซึ่งก่อนหน้านี้จะมีเอฟซีช่วยโอนเงินทำบุญ แต่ตนได้ปฏิเสธไปเพราะกลัวเป็นประเด็นดราม่า ซึ่งเอฟซีก็ช่วยซื้อผ้า สร้างกำไรให้แทน

อย่างไรก็ตาม สำหรับสิ่งที่ตนโพสต์ตำหนิยูทูเบอร์ในเฟซบุ๊ก เพราะพรุ่งนี้ (12 พ.ค.64) จะครบรอบ 1 ปี ที่น้องชมพู่หายตัวไป แต่ตนยังคงถูกยูทูเบอร์คุกคามมาโดยตลอด ทั้งการมาถ่ายบ้าน ถ่ายรถของตน ซึ่งรู้สึกกลัวความไม่ปลอดภัยในชีวิต และตนมองว่าเป็นสิ่งที่คุกคามชีวิต


ทีมข่าวได้พบกับนายอนามัย วงศ์ศรีชา พ่อของน้องชมพู่ ซึ่งได้ออกมาจัดของเตรียมทำบุญ และจัดเตรียมผ้าครามเพื่อส่งให้ลูกค้า โดยนายอนามัย เปิดเผยว่า แม้ว่าคดีจะใกล้ครบ 1 ปีแล้ว แต่ตนก็ยังใช้ชีวิตตามปกติ ทำไร่ ขายของ ไม่อยากที่จะไปยึดติดว่าตำรวจจะจับคนร้ายได้วันไหน

แต่ตนเชื่อว่าจะต้องมีการออกหมายจับแน่นอน ซึ่งตนยังมีกำลังใจที่ดีและมีความหวังทุกวัน แต่หวังอย่างไม่ร้อนใจ ซึ่งในวันที่ 12 พ.ค.64 ก็จะไปทำบุญให้ลูกสาว อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะใกล้วันที่น้องเสียชีวิต แต่ตนไม่ได้ฝันถึงน้องชมพู่เลย

ทีมข่าวได้พบกับนายชาญ หลาบโพธิ์ ตาของน้องชมพู่ ระบุว่า ขณะนี้ทางครอบครัวเตรียมจะทำบุญให้น้องชมพู่ ในวันที่ 12 พ.ค.64 เพราะผลชันสูตรแพทย์ระบุว่า น้องชมพู่น่าจะเสียชีวิตในวันที่ 12 พ.ค.63 ครอบครัวจึงยึดวันดังกล่าวเป็นวันเสียชีวิต จนถึงขณะนี้ตนก็ยังมีความหวังว่าตำรวจจะจับคนร้ายได้ เพราะเชื่อมั่นในคำพูดของ ผบ.ตร. ที่ให้ความมั่นใจว่าจะตามจับคนร้ายให้ได้ ซึ่งคำพูดนี้ที่ทำให้ตนยังรู้สึกอุ่นใจ และตนคิดว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งต้องตามจับคนร้ายได้ คงไม่เกินความสามารถของตำรวจ คาดว่าน่าจะไม่เกิน 3 ปีก็จับคนร้ายได้

ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 จะเป็นวันที่ครอบรอบ 1 ปี ในคดีการเสียชีวิตปริศนาของเด็กน้อยวัย 3 ขวบ หรือ น้องชมพู่ที่เสียชีวิตบนภูเหล็กไฟ อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร อยู่ในสภาพเปลือย ซึ่งจนถึงขณะนี้ทางตำรวจยังคงไม่สามารถจับคนร้ายมาดำเนินคดีได้

ล่าสุดทางพลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า คดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจยังคงทำงานตลอด อยากให้เชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ เบื้องต้นชุดทำงานในพื้นที่ได้มีการเข้าสอบพยานเพิ่มเติม ซึ่งเป็นพยานกลุ่มเดิม แต่มีการสอบเพิ่มในประเด็นที่ยังไม่ครอบคลุม เพื่อที่จะเตรียมนำส่งสำนวนไปยังอัยการภายในเดือนนี้ นอกจากนี้ที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการเข้าจับกุมคนร้ายในคดีน้องชมพู่ในช่วงกลางเดือนนั้นไม่เป็นความจริง แต่ทางตำรวจได้มีการวางกรอบเวลาไว้ชัดเจน ยืนยันไม่มีการปล่อยให้คนผิดลอยนวล

นอกจากนี้ ทีมข่าวลงพื้นที่บ้านลุงพล พบว่าบรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา มีเพียงยูทูเบอร์กว่า 10 คน ที่จับกลุ่มกันทำกิจกรรมใกล้ ๆ กับบ้านลุงพล ส่วนบริเวณลานสิ่งศักดิ์สิทธิ์เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เนื่องจากเคลื่อนย้ายพระพุทธชินราช (องค์จำลอง) ไปไว้ที่วัดกกกอก และทีมข่าวสังเกตว่าฐานที่ตั้งพระพุทธชินราชนั้นมีการเอียง คาดว่าเกิดจากดินทรุดตัว


ขณะเดียวกัน ทีมข่าวสังเกตว่าดินที่ฐานพญานาคทรุดตัวอย่างเห็นได้ชัด ดินทรุดลงไปประมาณ 15 เซนติเมตร ทำให้เห็นเสาต้นเล็กที่เป็นฐานพยุงองค์พญานาค อย่างไรก็ตาม ลุงพลและป้าแต๋น ก็ได้แต่เก็บตัวอยู่ในบ้าน เนื่องจากอยู่ในช่วงของการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19

ขอบคุณ ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *